มีคนถามผมมามากมายเหลือเกินว่าทำไมถึงวาดการ์ตูนเก่งขนาดนี้?
ดังนั้นเอนทรี่นี้ผมจะมาบอกเล่าความบ้า...เอ้ย! ความดันทุรังที่บอกว่าผมเองก็ไม่ได้เก่งมาตั้งแต่เกิดยังต้องพยายามอีกมากจนถึงทุกวันนี้ก็ยังพยายาม
ย้อนไปถึงสมัยประถม(ป.6 ปลายๆ)ผมได้ค้นพบแนวที่อยากวาดจริงๆ นั่นก็คือแนวเส้นญี่ปุ่นอย่างที่เห็นทุกวันนี้แหละ
(เรียกแบบนั้นใช่ปะ? ใช่ปะ?)
แรงบัลดาลใจแรกที่ทำให้ผมมาวาดแนวนี้นั่นก็คือเรื่อง เนกิมะ!
เอ่อช่างมันเหอะ...เข้าเรื่องดีกว่า...
แมวชอบมานอนตรงคีบอร์ดและกวนตอนเล่นคอม...
เฮ้ย!! เข้าเรื่องๆ =[]=;;
เอนทรีในคราวนี้ผมจะหยิบ"ส่วนใหญ่"ในบรรดาที่ผมวาดทั้งหมดมาให้ดูกันนะครับ
สมัยเด็กๆทุกคนคงเคยเอาสมุดโน้ตหรือสมุดเรียนมาวาดรูปเล่นกันใช่ไหมล่ะ แน่นอนผมก็เคย
ในภาพนี้คือบรรดาการ์ตูนที่วาดเล่นตอนเรียนม.ต้น(ม.1-ม.2ปลายๆ)
หลายคนมักจะวาดเป็นสเก็ตหรือคนเดินเล่นกัน...
แต่ไอ้บ้าอย่างผมไม่
ในตอนนั้นผมมีแต่วาดสด วาดสด วาดสดด้วยปากกาน้ำเงินเท่านั้น
เมื่อพลิกกองสมุดเล่มบางกว่าข้างล่าง(สมุดเรียนแบบหนานั่นเอง)หลากสีสันก็พบกับ
ลำแสงกระสุนเวทย์เป็นสายๆ...เอ้ย! เป็นคอมมิค
ที่วาดเล่นในช่วงแรก(ม.1)
ด้วยปากกาน้ำเงินสดๆไม่มีร่าง
แหน่ มีเลขหน้าด้วย
เขียนเลขหน้าไว้หัวมุมกระดาษทุกหน้าจนชิน
แอบวาดเล่นในเวลาเรียนเป็นประจำ
เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้วาดเหมือนขาดหายใจได้เลยยังไงอย่างงั้น (555555)
พลิกไปเรื่อยๆ...
กรอบโคตรมั่วเลย 5555
ซูมมาดูใกล้ๆ เอ๊ะใครกันนะหน้าตาคุ้นๆ?
ในเรื่องเขาคือพระเอก ชื่อเจสันเป็นนักดาบเวทย์สืบสายเลือดกันมารุ่นต่อรุ่น
กุเขียนตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษยันหลาน (ที่เห็นในภาพ) เลย 555
การ์ตูนที่เขียนสมัยนั้นจะเขียนตามเรื่องที่ชอบ อย่างที่เห็นในรูปยังเห่อเนกิมะอยู่ก็เป็นอะไรเวทมนตร์ๆอย่างที่เห็น
จริงๆแล้วหมอนี่ก็คือเจสันจากเรื่อง Friday The 13th น่ะแหละ
(รายละเอียดเป็นยังไงจะบอกสรุปทีหลังล่างๆเอนทรี่)
ทีนี้มาดูกองสมุดโน้ตเล่มหนาๆกันบ้าง
กองนี้จะนับเป็นช่วง ม.2 ไม่ใช่สมุดโรงเรียนแต่เป็นสมุดที่บ้าลงทุน 80 บาท
ซื้อมาเพื่อเขียนการ์ตูนอะไรแบบนี้โดยเฉพาะ
(แบบว่ามันซี้ดมากจนอยากซือเล่มหรูๆมาเขียนงานตัวเองเลยทีเดียว 5555)
(สมุดโน้ตสีม่วงเล่มบางที่คั่นอยู่นั่นไม่เกี่ยว เป็นวาดเขียนเล่นๆ)
แต่ประเด็นอยู่ที่ ไอ้โน้ตเล่มเล็ก 2 เล่มที่ปลิ้นออกมาระหว่างเล่มใหญ่
เปิดมาก็...
โล่งโจ้งเหมาะแก่การวาดยิ่งนัก!! กรอบก็มั่วๆอีกเช่นเคย
ตอนนั้นอยู่ในระหว่างที่บ้า exe กับเนกิมะ เลยมีอะไรดูเป็นเกมๆกับเวทย์ๆปนกัน
เล่มบางสองเล่มนี้ลงทุนซื้อเพื่อวาดอีกเหมือนกัน
สองเล่มนี้วาดไปก็เฉลี่ยเล่มละ 120-130 หน้า
มาเข้าสู่"ความบ้า"ของจริงกันดีกว่า...
ไอนี่แหละที่ลงทุนเสียตังค์ 80 บ.ซื้อมาเพื่อวาดโดยเฉพาะ
ตูไม่รวยแต่ตูอยากวาดอ่ะ ทำไมอ่ะ!! ไม่ใช่ละๆ...
พลิกมาก็...
อลัง!!!
อลัง!!
แล้วก็ อลัง!!!
หลายหน้าวาดทะลุจนเห็นอีกหน้าเลย 55555
ช่วงเล่มนี้กลับมาบ้าเวทย์อีกละ
(แต่เห่อเนกิมะน้อยลงแล้วเมื่อเทียบกับช่วงไฟแรงบัลดาลใจแรงสุดๆช่วงแรก)
มีมุขแซมๆบ้าง
สาบานได้ว่าไอ้หน้าเหี้ย(ม)นั่นอาจารย์สอนคณิต 5555
มุขเยอะจริงวุ้ยสมัยนั้น
ยอมรับเลยว่าอิจฉาตัวเองสมัยนั้นที่คิดมุขอะไรน่ารักๆเฮฮาเป็นธรรมชาติไม่ติดขัดเมื่อเทียบกับสมัยนี้
หรือเป็นเพราะเมื่อก่อนวาดเอาสนุกๆแต่สมัยนี้เขียนจริงจังเป็นอาชีพก็ไม่รู้?
มันเป็นธรรมชาติดีอ่ะ!!
เขียนเองยังอิจฉาเองเลย อิอิ 
อลังอีกละ
อันนี้มีนาโนฮะมาแซมๆ อุปกรณ์เวทเริ่มไฮเทคขึ้น 555
ตอนเขียนก็สนุก + มันส์ดี
ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแอคชั่นต่อสู้ล้างผลาญโคตรพ่อโคตรแม่
อันนี้เป็นปกตอนไหนซักตอนนี่ล่ะ
ยุคนั้นมีเพื่อนเห่อเป็นธรรมดา ใครอยากขึ้นปกก็จัดให้ อยากโชว์ก็จัดไป
เอาจุดเด่นและบุคลิคมันมีประยุกต์ดีไซน์เป็นตัวละครในเรื่อง
สะดวกดีไม่ต้องคิดมานั่งคิดเยอะให้ลำบาก 5555 (เลว)
มีมุขมาแซมๆอีกแล้ว
ไปๆมาๆจะกลายเป็นการร review แทนซะแล้วนะเนี่ย? ฮาาาา
หมั่นไส้เพื่อนคนไหนอยากแกล้งก็แกล้งมันในการ์ตูนนี่ล่ะ
(เลว) 55555555
การ์ตูนของเราโลกของเราจะทำอะไรใครก็ได้ (เลวอีกละอิอิ)
อันนี้เหมือนจะแรงไปนิด แต่คนเขียนมันฮาเองซะงั้น
เป็นซากเลยทีเดียว
แหลกเละ
หรือจริงๆเราชอบเขียนแนวโหดดิบแบบนี้กันนะ? เอิ๊กๆๆ
อลัง!!
ตูมตามกันเลยทีเดียว
เขียนตอนแรกๆมันไม่ซึมมาอีกหน้านะ แต่พอเขียนๆไปมาดูทีหลังมันก็ซึม
แถมเล่มก็บวมขึ้นด้วย
(คงเพราะแรงกดตอนเขียนมันทับกันหลายหน้าล่ะมั้ง)
อลัง!!!
จัดเต็มไปเลยทีเดียว
กรอบดูเหมือนเริ่มจะเป็นปกติละ
ระหว่างขึ้น ม.3 หยุดเขียนไปพักใหญ่(เริ่มเล่นเว็บบอร์ด)
กลับมาเขียนต่ออีกทีก็
ดูเหมือนจะดีขึ้นนะเนี่ย(?) ฮาาา 5555555
เลขหน้าของบรรดาสมุดโน้ตเล่มหนาๆ จะได้ไม่หาว่าโม้ที่วาดเล่มละ 250-280 หน้า
ลงทุนซื้อเล่มหนามาเยอะก็งี้ วาดเยอะเพลินดี 555
เอ้อ! เกือบลืม guest เพื่อนๆและบรรดารูปวาดเล่นที่หน้าหลังๆทุกเล่ม(มันก็ต้องมีอยู่แล้วนี่นะ)
เขียนอะไรลงไปฟะ?
แต่ก็ขอบใจเพื่อนๆหลายคนที่ติดตามและบังอาจแอบเอาไปวาดเล่นท้ายเล่มนะอิๆ
-------------------------------------------------------------------------------
. . .
ทั้งหมดนี้(ยกเว้นเลข1)คือสมุดทีซื้อมาเพื่อวาดเล่น (ตอนนั้นไม่เสียดายตังค์หรอก อยากวาดอ่ะ) โดยเฉพาะเป็นคอมมิคล้วนวาดสดด้วยปากกาลูกลื่นน้ำเงินธรรมดาๆ วาดในเวลาเรียนบ้างเวลาว่างบ้าง
ในตอนนั้นไม่แตะดินสอเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการร่างภาพคืออะไร แถมยังไม่รู้ด้วยว่าก่อนจะเป็นรูปเล่มมันต้องวาดกันยังไง ตอนนั้นรู้แค่ว่าอยากมีรูปเล่มเป็นของตัวเองแบบการ์ตูนทั่วไปก็เลยซื้อสมุดมาวาดแค่นั้น นึกๆดูก็ขำ
เอาเพื่อนมาเขียนเป็นคอมมิค ส่วนมากช่วงไหนเห่อการ์ตูนเรื่องอะไรก็จะแอบเอามายัดตามๆ ไม่เพื่อนคนไหนอยากให้มีบทก็เขียนตามใจมัน ลำบากน่าดูแต่ก็สนุกดี =w=
ทั้งหมดคือปากกา ดังนั้นคงหาแบบสเก็ตซ์ดินสอตามคนอื่นแบบปกติให้ดูไม่ได้นะ ฮาาา
ไม่รู้เขียนไปได้ยังไงแต่พอมาดูอีกทีก็ตกใจเหมือนกัน 55555
มาสรุปรวบยอดกันดีกว่า
หมายเลข 1 - ไม่เกี่ยวกันเลย สมุดเปล่าที่ซื้อมาทีหลังดันติดในรูปต่างหาก ช่างมันละกัน
หมายเลข 2 - สมุดคั่นกลางแบบเลข 5 แค่สมุดวาดเล่นที่ติดกล้องมา(อีกแล้วเรอะ = =;)
หมายเลข 3 - เป็นการ์ตูนที่ทำร่วมกับเพื่อน ซึ่งมันช่วยคิดและตูวาดทั้งหมด...สรุปคุณเมิงแทบไม่ทำอะไรเลยนี่หว่า =A=; แต่ช่างมันเหอะ ในเลขนี้มี 12 เล่ม แต่ละเล่มเฉลี่ย 80-120 หน้า ชื่อเรื่องคือ"The Last ฆ่ากันบรรไล"ตัวเอกทั้งสองตัวคือ "เฟร็ดดี้" กับ "เจสัน" (เพราะไอ้คนคิดมันชอบมั้ง แล้วตรูเขียนมาด้วยได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่เขียนๆไปก็หนุกดี) จากหนังเรื่อง "Freddy VS Jason คืนวันนรกแตก" เอาไอ้เฟร็ดดี้กับเจสันมาเป็นคู่แข่งกัน แน่นอนว่าดีไซน์ใหม่แต่ไม่หลุดจากเดิม เขียนแม่มตั้งแต่บรรพบุรุษสู้กันยันเหลนโหลน + เวทย์เวิทบู้กันสมชื่อฆ่ากันบรรไล 555
หมายเลข 4 - เรื่องเดียวกับเลข 5 เป็นช่วงพีคสุดๆสำหรับคนเขียนละ คนอื่นๆคงวาดรูปให้เพื่อนๆแต่ผมเอาเพื่อนๆมาเขียน วาดไปเล่มละ 120-140 หน้า
หมายเลข 5 - ปึ้งนี้บ้าของแท้ แถมเพิ่งมาวาดแบ่งเป็นตอนๆด้วย(ทุกเล่มก่อนหน้านี้ไม่ได้วาดเป็นตอน เพิ่งมานึกได้ทีหลังว่าการ์ตูนหลายเรื่องมันมีเป็นตอนๆนี่หว่า? ฮาา) เล่มนี้เห็นพัฒนาการชัดมาก วาดไปเล่มละ 250-280 หน้า
หมายเลข 6 - นับเป็นเล่มแรกของซีรีย์หมายเลข 4,5 แต่เจือกเล่มใหญ่กว่าซะงั้น เป็นสมุดบัญชีเอาจากไหนมาเขียนไม่รู้จำไม่ได้ เผลอๆเขียนก่อน The Last ฆ่ากันบรรไล ของซีรีย์เลข 3 ซะอีก
---------------------------------------------------
ขอขอบคุณผู้อ่านและเพื่อนๆทุกท่านที่อุตส่าห์พยายามอ่าน(?) จนถึงตรงนี้ครับ
ทั้งหมดนี้คืองานวาดที่ผมวาดมาตลอดไม่ได้หยุดพักจนถึงตอนนี้ ดังนั้นผมขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้เก่ง ไม่ได้เทพมาตั้งแต่แรก ผมวาดทุกวัน วาดมาตลอดหยุดวาดไม่ได้เหมือนจะขาดอากาศตาย(เว่อร์ละ เว่อร์ ฮาาา)
เอาเป็นว่าผมไม่เคยหยุดวาด บ้าเกม ติดเพื่อน ติดเรียนขนาดไหนผมก็ไม่เคยทิ้งเรื่องวาด
.
.
.
แน่นอนว่าต้องมีช่วงเวลาที่เจ็บปวดและเฟลจิตจนเลิกวาด
แน่นอนว่าผมเคยโดนขัดขวางการวาดรูปแต่ดันทุรังวาด
แน่นอนว่าผมเองก็เคยร้องไห้เพราะวาดไม่เก่ง
แน่นอนว่าผมเคยโดนครูหยิบผลงานมาฉีกต่อหน้าต่อตา(ไม่ใช่น้อยๆ)
แน่นอนว่าผมเคยโดนดูถูกเหยียดถมถุ่ยหยามผลงาน
.
.
.
แต่นั่นผมก็ไม่เคยเลิกล้มความพยายาม เหนื่อยลำบากแค่ไหนผมก็รู้สึกว่าทิ้งมันไปไม่ได้
ดังนั้นผมขอบอกเลยว่าไม่มีมืออาชีพหรือยอดฝีมือคนใดเก่งตั้งแต่เกิด
ทุกคนล้วนฝึกฝนและฝ่าฝนอุสรรคอย่างมุมานะมาตลอด ผมเองก็เช่นกัน
ทุกสิ่งทุกอย่างมันทำให้ได้เรียนรู้และมีทางแก้ไข
ทุกคนเองก็เก่งขึ้นได้ถ้าหากวาดเป็นประจำ
เรียนรู้และอย่ามีอคติฟังแล้วคิดตามโดยใช้วิจารณญาณ
ทุกท่านเองก็เก่งขึ้นได้
แล้วพบกันเอนทรี่หน้ากั๊บ * w *//